EBF

[EBF] 1155 Unknow

posted on 19 Feb 2013 19:30 by aishitaru in EBF
 
Old banner
 
 
 
    #1155  พลทหาร ฟูจิซากิ มาโคโตะ ทัพบก
 
 

     [Makoto Part]

     ตึกๆๆ!!

     ร่างบางวิ่งอยู่ในตรอกซอยเล็กๆไร้ซึ่งผู้คนอย่างเร่งรีบ เม็ดเหงื่อผุดซึมขึ้นมาตามใบหน้าจนถึงแผ่นหลังเล็กๆ เส้นผมสีเทาชื่อนิดๆเพราะเหงื่อพวกนั้น ริมฝีปากเล็กๆพยายามสูดรับออกซิเจนเพิ่มขึ้นเนื่องจากวิ่งติดต่อกันมาเป็นเวลานานจนเริ่มเหนื่อยหอบ

     เมื่อประมาณ 1 ชั่วโมงก่อนเขาได้พบกับบุคคลที่เขาไม่คิดว่าจะได้พบเจอกันที่นี่ หญิงสาวอายุราวๆ 18 ปีรูปร่างสมส่วนเพรียวบางกับเส้นผมสีน้ำตาลเข้มปลายแดงดูแปลกตาทำให้เขาค่อนข้างมั่นใจว่าไม่ผิดคนแน่นอน แต่พอเขาไปทักใบหน้าสะสวยที่ปกติจะเรียบนิ่งนั้นกลับประดับด้วยรอยยิ้มที่ดูน่าหวาดผวามากกว่าน่ามอง ดวงตาสีครามของเธอไร้ซึ่งประกายใดๆทั้งสิ้น และก่อนที่เขาจะได้ถามอะไรออกไปร่มสีน้ำเงินเข้มก็ถูกฟาดลงมาเหนือหัวเขาทันที

     โชคดีที่เด็กหนุ่มหลบได้เสียก่อน แต่ปลายร่มแหลมก็เฉียดแก้มเขาไป ของเหลวสีแดงสดค่อยๆซึมออกมาจากปากแผลและไหลไปตามแก้มอย่างช้าๆ หากแต่สิ่งที่เขาควรจะสนใจนั้นไม่ใช่แผลเล็กน้อยอย่างนี้...แต่เป็นบุคคลที่อยู่ตรงหน้าต่างหากล่ะ

     “ทะ ทำอะไรของเจ๊น่ะ!?” มาโคโตะเอ่ยถามอย่างไม่เข้าใจ แต่แทนที่คนตรงหน้าจะตอบกับพุ่งเข้ามาทำร้ายเขาซ้ำ แต่คราวนี้เขาได้สติทันจึงรีบเบี่ยงตัวหลบไปอีกทางแล้วสาวท้าววิ่งหนีอย่างไม่คิดชีวิตทันที

     เกิดอะไรขึ้นกับพี่ฮารุกะ!?...นั่นคือสิ่งที่เด็กหนุ่มสงสัย

     ฮารุกะคือพี่คนที่สามของบ้าน พี่ฮารุกะนั้นเป็นผู้หญิงเพียงคนเดียวในหมู่สี่พี่น้องตระกูลฟูจิซากิ เธอมีสายเลือดของเผ่าเลปทิร์หรือก็คือเผ่าผีเสื้อ หากแต่เธอกลับไม่มีพลังพิเศษใดๆเลย เธอจึงเลือกที่จะปกปิดดวงตาข้างซ้ายที่มีเงารูปผีเสื้อของตัวเองเอาไว้ แน่นอนว่าฮารุกะไม่เคยแม้แต่จะคิดที่จะบอกใครๆว่าตัวเองมีเชื้อสายอะไรปะปนอยู่ ซึ่งการที่เขารู้นั้นก็เพราะเป็นครอบครัวเดียวกัน

     แน่นอน เขาไม่อยากจะยอมรับเท่าไหร่นักว่าฮารุกะคือพี่สาวของเขา…

     มาโคโตะเหลียวมองไปทางด้านหลัง ร่างของผู้เป็นพี่สาวนั้นไม่ได้ไล่ตามหลังเขามา พอเห็นดังนั้นเขาจึงชะลอฝีเท้าลงจนกระทั่งหยุดวิ่งในที่สุด หลังมือซ้ายเช็ดเหงื่อบนใบหน้าของตนเองอยากลวกๆ

     “...นั่นเจ๊ฮารุกะจริงๆเหรอ?” เขาพึมพำออกมาอย่างอดสงสัยไม่ได้ แต่เขาจำไม่ผิดคนแน่ๆ เพราะเธอคนนั้นมีสัญลักษณ์ใต้ตาขวาเป็นรูปหัวใจสีแดงสด สัญลักษณ์ตามไพ่ที่พวกเขาสี่พี่น้องได้รับมา

     เขาพยายามคิดหาสาเหตุที่ฮารุกะทำร้ายเขา แต่เขาก็นึกไม่ออกเลยว่าเขาเผลอไปทำอะไรคนอยู่ต่างบ้านต่างเมืองกับตัวเองได้ จะว่าเขาไม่ค่อยติดต่อกลับไปก็ไม่น่าใช่เพราะฮารุกะนั้นออกจะรำคาญกับเรื่องพวกนี้มากกว่า จะว่าเรื่องวันวาเลนไทน์ก็ไม่ใช่เรื่องอีก แถมฮารุกะยังไม่ค่อยชอบวันพวกนี้สักเท่าไหร่นักด้วย

     ในขณะคิดนั้นดวงตาสีเขียวสดก็เหลือบไปเห็นป้ายประกาศ เขาไล่สายตามองตัวอักษรบนกระดาษแผ่นนั้นแล้วกัดฟันแน่นแบบพยายามข่มอารมณ์

‘!!โปรดระวังบุคคลหน้าตาคล้ายคลึงกับคนสำคัญของท่าน!!

หากพบและมั่นใจว่าไม่ใช่ตัวจริง

ขอความกรุณาท่านที่พบโปรดฆ่าทิ้งทันที

ก่อนที่ท่านจะถูกมันฆ่าเสียเอง’

     ตอนนี้มาโคโตะพอจะรู้ถึงสาเหตุที่เขาต้องมาวิ่งหนีหัวซุกหัวซุนแบบนี้แล้ว...นั่นไม่ใช่ฮารุกะ แต่เป็นอะไรสักอย่างที่อันตรายพอที่จะประกาศระวังภัย แต่ที่เขาไม่สบอารมณ์นั้นไม่ใช่เพราะเรื่องนั้น...เขาแค่หงุดหงิดที่เจ้าป้ายประกาศนี่มาติดอยู่ในที่ๆคนไม่ค่อยสัญจรผ่านไปมาต่างหากล่ะ!!!

     นับว่าเป็นโชคดีในโชคร้ายอย่างหนึ่งที่เขามารู้สาเหตุของความประหลาดนี้ในขณะที่หนีมันอยู่พอดี แต่ปัญหาก็คือต่อจากนี้ต่างหากล่ะ “จะเอายังไงดีวะเนี่ย?”

     โครม!!!!

     ถังขยะที่ตั้งอยู่ใกล้ๆบริเวณนั้นล้มลงเพราะแรงเตะของใครอีกคน เขามองผู้มาใหม่ที่คุ้นหน้าคุ้นตาแล้วหน้าซีด เขาตั้งท่าจะวิ่งหนีอีกครั้งแต่ร่างนั้นก็พุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็วแล้วทิ้งน้ำหนักตัวไปทางเขาจนล้มลงไปทั้งคู่ ฝ่ามือบางทั้งสองข้างคว้าคอของเขาไว้แล้วออกแรงบีบจนเขาหายใจไม่ออก

     โธ่เว้ย! ยังอุตส่าห์ตามมาอีกนะ!

     เด็กหนุ่มพยายามใช้มือเล็กๆข้างหนึ่งในการแกะมือของอีกฝ่ายออก ส่วนอีกมือหนึ่งควานหาอะไรบางอย่างจากกระเป๋าก่อนจะปาใส่หน้าของอีกฝ่ายสุดแรง

     บึ้ม!!!!

     ควันสีขุ่นลอยฟุ้งไปทั่วบริเวณ เมื่ออีกฝ่ายปล่อยมือออกจากลำคอเขาก็รีบเตะร่างนั้นออกไปสุดแรงแล้วลุกขึ้นยืนวิ่งหนีทันทีอย่างไม่คิดชีวิต

     “แค่กๆ! โว้ย! นี่เล่นเอาถึงตายจริงเหรอวะ!?” เขาสบถออกมาแล้วใช้มือข้างหนึ่งลูบคอตัวเองที่คาดว่าตอนนี้คงเป็นรอยแดงน่ากลัวแน่นอน หากว่าเขาไม่พกระเบิดควันเอาไว้ด้วยล่ะก็จะเป็นยังไงนะ...แค่นึกก็ขนลุกแล้ว!

     ตึกๆๆ!!!!

     เสียงฝีเท้าของอีกคนเริ่มดังขึ้นมาเรื่อยๆ นั่นทำให้เขาต้องเร่งฝีเท้ามากขึ้นอีกอย่างช่วยไม่ได้จนกระทั่งมาถึงถนนใหญ่ที่มีผู้คนพลุกพล่านมากมายนั่นทำให้เขาต้องหยุดแล้วหันหลังกลับทันที เขาไม่มั่นใจว่าคนที่วิ่งตามเขาอยู่จะไม่ทำร้ายคนอื่นนี่สิ!

     แต่เมื่อหันหลังไปได้เพียงไม่กี่ก้าวเขาก็ต้องชะงักเมื่อคนที่เขาวิ่งหนีอยู่นานสองนานมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเขาเรียบร้อย เธอจับคันร่มสีน้ำเงินเข้มไว้ให้มั่นแล้วฟาดมันไปทางสีข้างของเขา มาโคโตะรีบใช้ไม้เบสบอลกันเอาไว้ทันที แรงของคนตรงหน้านั้นทำเอาเขาเกือบจะป้องกันแทบไม่ไหว

     เมื่อเขาปัดร่มของคนตรงหน้าได้ก็จับไม้เบสบอลแน่นฟาดมันไปที่ศีรษะของอีกฝ่าย แต่ก็สามารถเบี่ยงตัวหลบไปข้างหลังได้อย่างทันท่วงที ร่างเล็กใช้จังหวะนี้วิ่งหนีไปทางด้านหลังของอีกคนเพื่อที่คนนอกจะได้ไม่ต้องโดนลูกหลงไปด้วย

     เป็นไปตามที่คาด ร่างของหญิงสาววิ่งตามเขามาโดยทันที มาโคโตะรีบเร่งฝีเท้าขึ้นอีกพลางสอดส่องสายตาไปรอบๆ

     ...ตอนที่วิ่งไปเมื่อกี้เหมือนเห็นอยู่นี่นา?...

     ปัง!!!!!

     “อั้ก!!” ไม้เบสบอลในมือของเด็กหนุ่มร่วงหล่นลงพื้นและกระเด็นไปไกลพร้อมๆกับร่างที่ล้มลง เขาค่อยๆยันตัวขึ้นมาโดยใช้มือขวากดสีข้างด้านซ้ายของตัวเอง ใบหน้าเหยเกเล็กน้อยด้วยความเจ็บปวด เลือดไหลออกมาจากปากแผลอย่างไม่ขาดสาย

     ...ลืมว่าเจ๊แกใช้ปืนด้วยนี่หว่า...

     มาโคโตะรู้สึกอยากจะร้องไห้กับความจำปลาทองที่ลืมแม้กระทั่งเรื่องสำคัญอย่างนี้ของตัวเองจริงๆ ตอนนี้ร่างของหญิงสาวค่อยๆย่างเข้ามาใกล้พร้อมกับร่มในมือ ถึงแม้ว่าจะเป็นแค่ร่มแต่ว่าที่ปลายของมันก็แหลมมากพอที่จะแทงใครให้ตายได้เหมือนกัน ตัวเขาอยากจะลุกแทบขาดใจ แต่ถ้าลุกตอนนี้ปืนในมือซ้ายเจ๊แกคงยิงกระสุนมาอีกนัดซึ่งก็คงจะเป็นที่ขาของเขาเป็นแน่!!

     “...นี่ไม่พ้นแล้ว มาโคโตะ” น้ำเสียงเย็นเยียบออกมาจากริมฝีปากคู่สวย เขาเม้มริมฝีปากแน่นพยายามใช้ความคิดที่ตัวเองก็ไม่ค่อยจะถนัดนัก

     สถานการณ์อย่างนี้ถึงแม้จะใช้ระเบิดควันเขาก็ไม่มั่นใจว่าจะสามารถวิ่งหนีได้หรือไม่ ครั้นจะใช้ระเบิดจริงๆไปเลยก็เกรงว่าจะโดนลูกหลงไปด้วยเนี่ยสิ ไม้เบสบอลเองก็หลุดมือไปเรียบร้อย และเขาเองก็ไม่ได้เก่งพอจะวิ่งไปหยิบในเสี้ยววินาทีด้วยสภาพแบบนี้แน่นอน!

     “อย่างน้อยถ้ามีอาวุธอะไรสักอย่าง...” มาโคโตะพึมพำก่อนที่จะเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย มือข้างซ้ายสอดเข้าไปในกระเป๋ากางเกงกำปืนพกขนาดเล็กแน่น

     เขาลืมไปเลยว่าเมื่อเช้าเขาหยิบปืนพกมาด้วยน่ะ!

     แต่ถึงจะมีปืนก็เถอะ เขาเองก็ไม่มั่นใจในฝีมือการยิงของตัวเองเท่าไหร่นักหรอก ขนาดตอนซ้อมยังโดนผนังซะเป็นส่วนใหญ่เลย!

     “ลาก่อน...น้องชาย” พูดพร้อมกับร่มในมือที่แทงมากะระยะเข้าตรงหัวใจของเขา เมื่อหมดทางเลือกเขาจึงรีบชักปืนออกมาแล้วหลับหูหลับตายิงใส่คนตรงหน้าทันที

     ปัง!!!!!

     “กรี๊ดด!!!” เสียงกรีดร้องสั้นๆพร้อมกับวัตถุบางอย่างที่หล่นร่วงลง มาโคโตะลองลืมตาดูพบว่ากระสุนที่เขายิงไปดันไปถูกที่มือของเธอพอดิบพอดี และเมื่อโอกาสมาถึงเขาก็รีบยันตัวลุกขึ้นแล้วพุ่งเข้าหาอีกฝ่ายทันที ปากกระบอกปืนถูกใส่เข้าไปในปากของหญิงสาวก่อนจะลั่นไกทันที

     ปัง!!!!!!!!

     ร่างนั้นล้มลงพร้อมกับเลือดที่กระเซ็นออกมาอย่างน่ากลัว เขาทิ้งปืนแล้วทรุดตัวนั่งลงอย่างหมดเรี่ยวแรง บริเวณบาดแผลนั้นตอนนี้รู้สึกชาเสียมากกว่า แต่อาการต่อมาที่เขากำลังห่วงคืออาการเสียเลือดมากเกินนี่สิ

     “ถ้าเป็นเจ๊ฮารุกะตัวจริงเราคงไม่รอดมางี้หรอก” เด็กหนุ่มถอนหายใจโล่งอก จริงอย่างที่มาโคโตะว่า แต่ที่เขาหมายถึงนั้นไม่ใช่เรื่องของฝีมือการต่อสู้ที่แตกต่างกันเพียงอย่างเดียว เพราะถ้าเขาเอาจริงขึ้นมาสักหน่อยเหมือนเมื่อกี้ก็คงชนะได้ไม่ยากนัก แต่ที่เขาแพ้ฮารุกะมาตลอดนั้นก็เพราะเขาไม่กล้าที่จะเอาจริงต่างหากล่ะ...

     “...ไปขอพึ่งพาหมอที่ทัพดีกว่าแฮะเรา”

     ใครจะรู้ล่ะ...ว่าเขาจะหลงรักพี่สาวต่างสายเลือดของตัวเองน่ะ...

    

     

     

     ตึ่งโป๊ะ! เผยความลับเจ้าโตะไปหนึ่งอย่างละ ฮาาาาาา

     พี่น้องตระกูลฟูจิซากินี่ไม่มีสายเลือดเดียวกันอยู่เลย เพราะงั้นจะเกิดเหตุการณ์อย่างนี้ขึ้นก็ไม่แปลกงิ =w= (/โดนโบก)

     อีกสองตัวๆ เหอๆๆๆ (/ไปปั่นของสึคาสะกับยาโยยต่อ)

     ใครเห็นเจ้าโตะโชคเลือดไปที่ทัพไม่ต้องตกใจนะฮับ สาเหตุมันมาจากเรื่องนี้แล...-_-;;

     ปล. นานๆทีให้โตะมันโชว์เมพมั่งไรมั่ง

     ปลล. แต่อีกสองคนอาจเมพกว่า กร๊ากกก!! (/โดนตบ)

     ปลลล. แซ่บมันพวกสายฟิคชั่นแต่ดันแต่งไม่เก่ง ถ้าเกิดผิดพลาดยังไงก็ทักได้งับ OTL

     ปลลลล. ไม่น่าเชื่อว่าทางคอมมูจะจัดงี้มาต้อนรับวาเลนไทน์ ตอนไปดูรายละเอียดนี่แบบ...นี่มัน Blood Valentine ชัดๆ!!! =[]=!!!!