[AT] Accident

posted on 26 Sep 2014 13:09 by aishitaru
 
 
เอ็นทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของคอมมู AfterTomorrow
 
 
 
 
อนึ่ง ฟิคนี้คือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันที่ 26 กันยายน ซึ่งตัวละครอยู่ในช่วงมัธยม
 
ถือเป็นฟิคเชื่อมเหตุการณ์ไปสู่ช่วงมหาลัยและเปิดตัวตัวละครใหม่ที่จะเอามาเล่นในช่วงมหาลัยด้วยจ้า
 
 
 
 

[ Accident ]

     ...บางทีโชคชะตาก็โหดร้ายกับเราจนคาดไม่ถึง...

 

     [ โธ่เอ๊ย รู้มั้ยยะว่าอาจารย์เตรียมด่านายอยู่นะ! ]

     เสียงแหลมๆของคนปลายสายทำให้เขาต้องเอาโทรศัพท์ออกห่างตัวไปเล็กน้อย คนโดนด่าถอนหายใจเบาๆก่อนจะมองเด็กหญิงตัวเล็กๆที่ยืนจับชายเสื้อเขาอยู่

     “ก็ให้ทำไงได้ล่ะ? ฉันปล่อยเด็กคนนี้ไว้กับคนอื่นไม่ได้ด้วยสิ”

     เหตุผลที่ทำให้เด็กสาวปลายสายไม่รู้จะดุอะไรดี เธอถอนหายใจยิ้มๆแล้วยกมือขึ้นดูนาฬิกาข้อมือของตัวเองที่บอกเวลาเกือบสิบเอ็ดโมง

     [ งั้นถ้ามาแล้วก็ส่งเมล์มาบอกละกัน อาจารย์ฝากฉันลากคอนายไปห้องพักครูถ้านายมาแล้วน่ะ ]

    “แล้วแบบนี้ฉันควรจะเมล์หาเธอดีมั้ยเนี่ย” เด็กหนุ่มชักจะลังเลขึ้นมา

     [ ฉันกลับไปหอประชุมก่อนนะ ขอออกมาห้องน้ำนานแล้วเนี่ย สุบารุก็รีบๆมาแล้วกัน ] พอคนปลายสายพูดจบก็วางสายทันทีโดยไม่ต้องรอคู่สนทนาพูดอะไรอีก

     คนผมทองเก็บมือถือของตัวเองลงในกระเป๋ากางเกง หันไปหาเด็กหญิงที่ยืนจ้องเขาโดยที่มือเล็กๆนั่นยังกำชายเสื้อเขาไว้ไม่ยอมปล่อย “พี่ชาย คุณแม่จะมามั้ยคะ?”

     “ต้องมาสิ” คนตัวสูงย่อตัวลงให้อยู่ระดับเดียวกันกับเด็กน้อยแล้วยิ้มให้ “คุณแม่ต้องมารับแน่ๆเลยล่ะ”

     พอเด็กน้อยได้ยินแบบนั้นก็ยิ้มออกมาอย่างน่ารัก แต่ไม่ทันจะได้พูดอะไรพื้นดินที่พวกเขาเหยียบอยู่ก็เกิดอาการสั่นไหวอย่างรุนแรงจนน่าตกใจ

     แผ่นป้ายหน้าร้านร่วงลงมายังจุดที่ทั้งสองคนยืนอยู่อย่างรวดเร็ว พอเกิดเรื่องไม่คาดฝันแบบนี้ขึ้นร่างกายก็ทำงานเร็วกว่าสมองอย่างฉับพลัน เขารีบผลักให้เด็กหญิงข้างเขาพ้นจากรัศมีที่ป้ายจะหล่นลงมาทันที

     โครม!!!

    

     “เจ้าสุบารุจะเป็นอะไรรึเปล่าล่ะเนี่ย? แผ่นดินไหวแรงขนาดนั้น”

     “เออ โทรศัพท์ก็ติดต่อไม่ได้อีก”

     กลุ่มนักเรียนกลุ่มเล็กๆยืนคุยกันหลังจากผ่านพ้นแผ่นดินไหวและมีคำสั่งให้เด็กนักเรียนอยู่แต่ในหอประชุม หากแต่เพื่อนร่วมห้องที่ควรจะโผล่มาแม้จะสายไปเสียหน่อยกลับไม่เห็นแม้แต่เงา ครั้นจะติดต่อไปหาก็ดันติดต่อไม่ได้จนน่ากังวล

     เด็กสาวผมดำได้แต่ยืนเงียบๆ ในมือถือโทรศัพท์เอาไว้แน่นจนน่าห่วงว่ามันจะพังคามือเธอ ความคิดมากมายในแง่ลบทั้งหลายทำให้เธอต้องพยายามทำใจให้เย็นๆก่อนที่จะเผลอสติแตกโวยวายเสียก่อน

     ในขณะที่คนในห้องกำลังพูดคุยกันอาจารย์ประจำชั้นก็รีบวิ่งเข้ามาหาพวกเด็กนักเรียนในความดูแลด้วยท่าทางรีบร้อนเรียกความสนใจจากกลุ่มที่กำลังคุยกันได้เป็นอย่างดี

     “คะ ใครสนิทกับโมโตฮารุคุงบ้าง!?”

     พอได้ยินแบบนั้นเด็กสาวที่กำลังนั่งกังวลก็รีบลุกขึ้นยืนวิ่งมาหาอาจารย์ทันที “เกิดอะไรขึ้นกับสุบารุเหรอคะอาจารย์!?”

     อาจารย์ประจำชั้นสาวมองคนตรงหน้าอย่างเป็นกังวล “ทำใจดีๆแล้วฟังนะคะคุณมิยะ...ตอนนี้โมโตฮารุคุงอยู่ที่โรงพยาบาล...”

     ไม่ต้องรอให้อาจารย์พูดจบเด็กสาวก็รีบวิ่งไปโดยไม่ต้องคิดทันที โดยไม่สนใจเสียงร้องห้ามของพวกเพื่อนๆและบรรดาอาจารย์ในหอประชุมเลยแม้แต่น้อย

     ตอนนี้สิ่งที่เธอคิดก็แค่ต้องไปที่โรงพยาบาลให้เร็วที่สุดเท่านั้น...!!

 

     ห้องฉุกเฉินคืออะไรที่เธอเกลียดที่สุด

     เธอได้แต่นั่งเงียบๆกำมือตัวเองแน่นอย่างพยายามอดทน หลังจากที่ได้รับการติดต่อจากเพื่อนร่วมชั้นคนอื่นๆว่าจะรีบไปสมทบสิ่งที่เธอต้องทำคือใจเย็นให้มากที่สุด

     เมื่อประตูห้องฉุกเฉินเปิดออกร่างของชายแก่ที่คาดว่าเป็นหมอก็ออกมาจากหลังบานประตูนั้น เธอรีบลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปหยุดหน้าชายคนนั้นอย่างร้อนอกร้อนใจ

     “สุบารุเป็นยังไงบ้างคะ!?”

     คนเป็นหมอนิ่งเงียบไปเล็กน้อยกับคำถามนั้น ก่อนจะตอบออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบๆแต่หนักแน่น “ผู้ป่วยปลอดภัยดีครับ...แต่เขาจะไม่สามารถได้ยินอะไรได้อีกแล้ว”

     “...ว่าอะไรนะคะ?”

     เป็นจังหวะเดียวกันกับที่พวกเพื่อนกลุ่มหนึ่งวิ่งมาถึงหน้าห้องฉุกเฉินพอดี แต่เมื่อจะส่งเสียงเรียกถามจากคนทั้งสองที่ยืนหน้าเครียดกันอยู่หน้าห้องฉุกเฉินหมอก็ชิงพูดขึ้นมาสร้างความเงียบให้กับทุกคนในบริเวณนั้น

     “ผู้ป่วยสูญเสียการได้ยินไปแล้วครับ”

    

     พอรู้สึกตัวอีกทีก็เห็นแต่สีขาวเต็มไปหมด

     เขาเดาได้ไม่ยากเลยว่าตัวเองอยู่ที่โรงพยาบาล พอรู้สึกตัวก็พยายามลุกขึ้นนั่งแม้จะเจ็บแผลเพื่อมองไปรอบๆห้อง ภาพที่เขาเห็นเป็นอย่างแรกคือเพื่อนสนิทตัวเล็กที่นั่งหลับอยู่ข้างเตียงโดยที่หัวหนุนกับเตียงที่เขานอนอยู่ และเมื่อลองมองไปทางโซฟาพวกเพื่อนๆในกลุ่มก็กำลังนั่งหลับกันอย่างหมดสภาพ

     พอเห็นแบบนั้นคนเจ็บก็เผลอหลุดยิ้มออกมา รู้สึกว่าแขนขวาขยับไม่ได้คงเพราะการโดนป้ายนั่นทับแน่นอน

     นับว่ายังโชคดีที่ป้ายนั่นไม่ได้มีขนดใหญ่หรือหนักมากนัก ไม่งั้นป่านนี้เขาคงไม่ได้มานอนอยู่ในโรงพยาบาลในฐานะคนป่วยเป็นแน่

     คงเพราะการขยับตัวทำให้คนที่นอนอยู่ข้างๆสะดุ้งตื่นขึ้นมา เธอเงยหน้ามองคนที่เพิ่งฟื้น สุบารุมองเธอกลับแล้วยิ้มให้ แต่ก่อนจะได้พูดอะไรเด็กสาวตรงหน้าก็พูดรัวๆขึ้นมาเสียก่อน

     “ไอ้บ้า! อย่าทำให้คนอื่นๆเขาเป็นห่วงกันจะได้มั้ย!? แล้วมือถือเป็นอะไรทำไมถึงติดต่อไม่ได้ยะ!? เป็นนักเรียนสายกีฬาก็ช่วยอย่าบาดเจ็บบ่อยจะได้มั้ย!? แล้วก็...”

     เหมือนเพิ่งนึกได้หญิงสาวรีบตะครุบปากตัวเองแล้วมองคนผมทองด้วยแววตาตื่นตกใจ เขามองเธอเหมือนตกใจนิดหน่อยแล้วเอื้อมมือจับใบหูของตัวเองอย่างแปลกใจ

     เพราะสิ่งที่คนตรงหน้าพูดเมื่อกี้เขาไม่ได้ยินเลยแม้แต่น้อย และเพราะเสียงโวยวายนั่นทำให้เพื่อนๆในห้องก็เริ่มตื่นขึ้นมาเหมือนกัน

     “เมื่อกี้...” เธอพูดว่าอะไร?...นั่นคือสิ่งที่เด็กหนุ่มอยากจะถามแต่เมื่อเริ่มเปิดปากพูดเขาก็ยิ่งแปลกใจหนักเข้าไปอีก

     เขาไม่ได้ยินสิ่งที่ตัวเองพูด...

     เด็กสาวผมสั้นมองไปทางเพื่อนๆที่กำลังงงๆแล้วหันไปหาคนบนเตียง เธอหยิบกระดาษกับปากกาบนโต๊ะข้างเตียงมาขีดๆเขียนๆแล้วยื่นมันให้คนบนเตียงอ่าน

     ‘นายหูหนวก’

     คนอ่านท่าทางตกใจแต่ก็ทำเพียงแค่พยักหน้า เพราะเขาเองก็พอจะเดาๆได้นิดๆเหมือนกันจากเหตุการณ์เมื่อครู่นี้

     เมื่อเห็นใบหน้าเป็นกังวลของคนในห้องเขาก็ยิ้มออกมาและพูดแม้เขาจะไม่ได้ยินในสิ่งที่ตัวเองพูดก็ตาม

     “แบบนี้ฉันคงเรียนแบบคนปกติๆได้ยากแล้วมั้งเนี่ย”

     แม้จะจงใจพูดตลกกลบเกลื่อนหากแต่ทุกๆคนก็รู้ดีว่าคนพูดไม่ได้รู้สึกขำกับเหตุการณ์นี้เลยแม้แต่น้อย...

Tags: at 1 Comments

Comment

Comment:

Tweet

wink Hot!

#1 By BPPBPP8 on 2014-09-26 13:58